นายกฯเผยเงินกู้ตั้งแต่ปี 59 ถึงปัจจุบันใช้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจสังคมกว่า 2.11 ล้านล้านบาท

0
65

business highlight online : นายกรัฐมนตรีระบุเงินกู้ต่างๆจากปี 2559 จนถึงปัจจุบัน รัฐบาลได้มีการลงทุนทางโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจและสังคม กว่า 2.11 ล้านล้านบาท จำนวน 162 โครงการ

2 มิ.ย.64 เวลา 23.26 น. ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 นายกรัฐมนตรีเผย โครงการคนละครึ่ง เป็นการขับเคลื่อนไปถึงผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ค้าปลีก ตราบใดที่มีงบประมาณเพียงพอรัฐบาลจำเป็นต้องเร่งเดินหน้าประชาชนผู้มีรายได้น้อย

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการกู้เงินของรัฐบาล ยังอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายวินัยการเงินการคลัง ซึ่งไม่เกินร้อยละ 60 ของ GDP ซึ่งหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นก็เป็นไปตาม GDP และการลงทุนที่นำมาใช้จ่ายในการดูแลประชาชน สำหรับเงินกู้ตั้งแต่ปี 2557 – 2564 รัฐบาลได้ชำระหนี้ไปแล้ว 2.53 ล้านล้านบาท โดยการกู้เงินตาม พ.ร.ก. เงินกู้ฯ ได้มีการเบิกจ่ายไปจนเกือบครบแล้ว เพื่อนำไปดูแลประชาชนและนำไปใช้ในด้านสาธารณสุขโดยเฉพาะการป้องกัน รักษา คัดกรอง รวมถึงการจัดหาวัคซีน ขณะเดียวกัน เงินกู้ต่างๆจากปี 2559 จนถึงปัจจุบันรัฐบาลได้มีการลงทุนทางโครสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจและสังคม กว่า 2.11 ล้านล้านบาท จำนวน 162 โครงการ ร้อยละ 70 เป็นการกู้เพื่อการลงทุนในวงเงินงบประมาณ 1.15 ล้านล้านบาท อาทิ ด้านคมนาคม การนำสายไฟฟ้าลงดิน การทำความสะอาดคูคลอง สร้างที่อยู่อาศัยแก่ผู้มีรายได้น้อย เพิ่มแหล่งน้ำทางการเกษตร การป้องกันอุทกภัย เป็นต้น ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียืนยันว่าสถานะทางการเงินของประเทศไทยยังได้รับประเมินอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินการคลังเท่าเดิมเมื่อเทียบกับก่อนวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการโอนเงินกู้จากแผนงานฟื้นฟูฯ ไปยังแผนงานเยียวยาฯ เนื่องจากรัฐบาลต้องดูแลประชาชนตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ อาทิ การลดค่าน้ำประปา-ไฟฟ้า โครงการเราชนะ โดยครอบคลุมประชาขนกลุ่มเป้าหมาย 33 ล้านคน และยังทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอีกด้วย ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังชี้แจงถึงกรณีประเทศไทยไม่เข้าร่วมโครงการ COVAX เนื่องจากประเทศไทยไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับวัคซีนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพราะเป็นประเทศที่มีฐานะปานกลางและอาจต้องเสียเงินซื้อวัคซีนในราคาที่แพงกว่า

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังชี้แจงกรณีการออกคำสั่งเหมืองทองอัครา ครอบคลุมไปถึงกิจการเหมืองแร่ทุกประเภทที่จะต้องดำเนินการตามกติกา ซึ่งหลายบริษัทเข้ามาชี้แจงแก้ไขเพื่อให้ดำเนินการต่อได้แล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างอนุญาโตตุลาการ นายกรัฐมนตรียืนยันว่า รัฐบาลจะทำอย่างเต็มที่ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ และประชาชน

Advertising

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here