ประธาน ‘เฟด’ หนุนขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือน มี.ค. รับมือภาวะเงินเฟ้อสูงที่สุดใน 40 ปี

0
75

business highlight online : ประธาน ‘เฟด’ หนุนขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือน มี.ค.

4 มี.ค. 2565 เมื่อวันพุธ นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานระบบธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) หรือ เฟด (Fed) ระบุว่า เขาจะสนับสนุนการขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงการประชุมนโยบายธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่มีกำหนดในกลางเดือนนี้ และจะ “เตรียมเดินหน้าอย่างแข็งกร้าว” หากสภาวะเงินเฟ้อไม่ดีขึ้นเร็วตามที่คาดการณ์ไว้ ตามรายงานของรอยเตอร์

นายพาวเวลล์ระบุว่า อาจมีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอีกหลายครั้งในปีนี้ และดอกเบี้ยนโยบายของเฟดซึ่งขณะนี้อยู่ที่เกือบ 0 เปอร์เซ็นต์ อาจเพิ่มขึ้นมาแตะเพดานที่ 2.5 เปอร์เซ็นต์หรือมากกว่านั้น เพื่อดึงเงินเฟ้อให้ลงมาอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

ท่าทีของประธานเฟดต่อคณะกรรมาธิการด้านการบริการทางการเงินของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ในครั้งนี้มีขึ้นขณะที่เกิดวิกฤตในยูเครน และแม้เขาจะระบุว่ายังคงต้องดูต่อไปว่าสถานการณ์ยูเครนจะทำให้เฟดต้องปรับนโยบายหรือไม่ แต่เฟดก็อยู่ในภาวะตื่นตัวและพร้อมปรับเปลี่ยนตามเงื่อนไขทางเศรษฐกิจแล้ว

นายพาวเวลล์กล่าวว่า สถานการณ์การบุกรุกยูเครนและมาตรการลงโทษต่างๆ ยังอยู่ในภาวะไม่แน่นอน การออกนโยบายการเงินในสถานการณ์เช่นนี้จึงต้องตระหนักว่า เศรษฐกิจอาจเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่คาดไม่ถึงได้ และเฟดจะต้องตอบสนองอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เฟดก็เตรียมเดินหน้าต่อตามที่วางแผนไว้ โดยจะยกระดับนโยบายทางการเงินด้วยการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยกว่า 0.25 เปอร์เซ็นต์ เพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่สูงที่สุดใน 40 ปี

โดยทางเฟดคาดว่า ภาวะเงินเฟ้อจะขึ้นถึงจุดสูงสุดและลดระดับลงมาในปีนี้

ทั้งนี้ เมื่อปี ค.ศ. 2020 เฟดลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า ระดับของต้นทุนการกู้ยืมในตอนนี้ไม่สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจที่กลับมาฟื้นตัวเร็วกว่าที่เคยคาดไว้

แผนรับมือเงินเฟ้อของเฟดนั้นดูตรงไปตรงมาจนกระทั่งเกิดสงครามในยุโรปตะวันออกขึ้น ทำให้เกิดความเสี่ยงใหม่ๆ เช่น เงินเฟ้อพุ่งสูงกว่าเดิม การเติบโตของเศรษฐกิจที่อาจชะลอตัวลง และความเสี่ยงในตลาดการเงินหากความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้น หรือสถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิม

ส.ส. สหรัฐฯ ยังตั้งคำถามถึงนายพาวเวลล์ต่อผลที่จะเกิดตามมาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ภัยคุกคามการโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบการเงิน ความเสี่ยงเพื่มเติมต่อระบบการเงิน และผลกระทบต่อตลาดปุ๋ยจากเหตุรัสเซียบุกรุกยูเครน

ต่อประเด็นดังกล่าว นายพาวเวลล์ระบุว่า เขาเตรียมจับตามองการโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบการเงิน และเขาเห็นว่าตลาดการเงินยังมีสภาพคล่องที่ดี

ที่มา: รอยเตอร์

Advertising

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here