เผยยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนใหม่เดือน ต.ค. ยอดพุ่ง 288.89%

0
53

business highlight online : 24 พฤศจิกายน 2565 เดือนตุลาคม 2565 ผลิตรถยนต์ 170,717 คัน เพิ่มขึ้น 10.83% ส่งออกเพิ่ม 15.51% ขณะที่ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV ยังพุ่งต่อเนื่อง เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคมปีที่แล้ว 288.89%

นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และ นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมแถลงข่าวจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์ของเดือนตุลาคม 2565 จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ มีทั้งสิ้น 170,717 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 10.83 จากการผลิตเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.75 เพราะได้รับชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นในรถยนต์นั่งบางรุ่น ทำให้ผลิตเพื่อส่งออกมีสัดส่วนถึงร้อยละ 57.13 ของยอดผลิตทั้งหมด และผลิตเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 12.31 แต่ลดลงจากเดือนกันยายน 2565 ร้อยละ 4.75

โดยจำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม-ตุลาคม 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,534,754 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ตุลาคม 2564 ร้อยละ 12.36

ส่วนการผลิตเพื่อส่งออก ผลิตได้ 97,832 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 57.31 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 9.75 ส่วนเดือนมกราคม-ตุลาคม 2565 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 844,206 คัน เท่ากับร้อยละ 55.01 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 7.02

การผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ จำนวน 72,885 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 42.69 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 12.31 และเดือนมกราคม-ตุลาคม 2565 ผลิตได้ 690,548 คัน เท่ากับร้อยละ 44.99 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ตุลาคม 2564 ร้อยละ 19.65

ส่วนยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ มีจำนวนทั้งสิ้น 64,618 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 0.24 เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ จากการผ่อนปรนให้นักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติเข้าประเทศสะดวกขึ้น ทำให้มีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ คนมีงานทำและมีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น คนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน การส่งออกยังคงเติบโต การประกันรายได้เกษตรกร การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการออกรถยนต์รุ่นใหม่ แต่ลดลงจากเดือนกันยายน 2565 ร้อยละ 12.86

การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป จำนวน 94,228 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 15.51 เพิ่มขึ้นจากการส่งออกรถยนต์นั่ง รถ PPV และรถกระบะ เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.64 62.20 และ 10.17 ตามลำดับ จากการได้รับชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นในรถยนต์นั่งและรถ PPV บางรุ่น จึงส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง และตลาดแอฟริกา แต่ลดลงจากเดือนกันยายน 2565 ร้อยละ 6.14 และมีมูลค่าการส่งออก 84,917.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2565 ร้อยละ 18.91

รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนตุลาคม 2565 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 84,917.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 18.91

ส่วนยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนตุลาคม 2565 จดทะเบียนใหม่ 1,960 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 288.89 ส่งผลให้ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่สะสม 15,258 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ตุลาคม 2564 ร้อยละ 230.62

ส่วนยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท HEV เดือนตุลาคม 2565 จดทะเบียนใหม่ จำนวน 5,036 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 121.65

เดือนมกราคม-ตุลาคม 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่สะสม จำนวน 54,847 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 78.36

เดือนมกราคม-ตุลาคม 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่สะสม จำนวน 9,691 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ตุลาคม 2564 ร้อยละ 65.35

Advertisement

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here