3 พฤศจิกายน 2568 ครม.เศรษฐกิจ สั่งทุกหน่วยงาน ดูแล ”คนละครึ่งพลัส“ – “เที่ยวดี มีคืน” รับมือภาษีนำเข้าสหรัฐ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ครม.เศรษฐกิจ หลังนายกฯเข้าร่วมการประชุม ASEAN และ APEC ได้นำเสนอและขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจของไทยในเวทีต่างๆ ผ่านนโยบายด้านเศรษฐกิจแบบ “Quick Big Win” นายกรัฐมนตรีและกระทรวงพาณิชย์ได้หารือกับผู้นำหลายประเทศในเรื่องการขยายตลาด การส่งออกพืชผลทางการเกษตร และการผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ให้สำเร็จเรียบร้อยโดยเร็วที่สุด
สำหรับ “คนละครึ่ง พลัส” เมื่อลงพื้นที่ไปที่ไหน ก็ได้รับเสียงสะท้อนว่าประชาชนมีความสุขและดีใจที่ได้ใช้สิทธิคนละครึ่ง เป็นการสร้างความคึกคักเข้ามาในระบบเศรษฐกิจ ทำให้เม็ดเงินกระจายไปในทั่วประเทศ นายกฯ จึงฝากคณะทำงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหาการเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน ต้องดำเนินการให้ครอบคลุมและทั่วถึง เนื่องจากระบบที่เป็นลักษณะ “first come, first serve” ทำให้ยังมีกลุ่มเปราะบางจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงสิทธิได้ ต้องรวบรวมกลุ่มประชาชนที่ตกหล่นจากครั้งแรกกลับมาในเฟส 2
นายกรัฐมนตรียังสั่งการให้กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัด “หน่วยเคลื่อนที่ครบวงจร” เพื่อขยายฐานร้านค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และขอให้กระทรวงพาณิชย์ติดตาม กำกับ และดำเนินคดี อย่างเด็ดขาดกับร้านค้าที่ทุจริต รับแลกเงิน หรือขึ้นราคาสินค้า ซึ่งรวมถึงชุดมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้
กระทรวงพาณิชย์ ในการรับมือกับมาตรการภาษี Reciprocal Tariff ของสหรัฐฯ โดยสามารถรักษาตลาดส่งออกไปสหรัฐฯ สกัดปัญหาการสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้า เพิ่มการใช้ Local content ตลอดจนป้องกันและปราบปรามสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย กระทรวงพาณิชย์จึงได้จัดทำแนวทางและมาตรการ ได้แก่
– โครงการเพิ่ม LOCAL CONTENT ไทย เพื่อรองรับการปรับปรุงกฎถิ่นกำเนิดสินค้าใหม่ของสหรัฐฯ และรักษาความเชื่อมั่นต่อสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ
– มาตรการตรวจสอบนิติบุคคล (นอมินี) ทั้งนี้ ปัญหานอมินีส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศ แต่การตรวจสอบมีข้อจำกัดต้องการการบูรณาการ เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถที่หน่วยงานต้นทางในการตรวจสอบ
โดยคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ เห็นชอบในหลักการแนวทางการดำเนินการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าและการป้องกันการสวมสิทธิ และเห็นชอบในหลักการมาตรการตรวจสอบนิติบุคคล และมอบหมายกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นผู้ประสานการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องตาม “นโยบาย Quick Big Win” ไปแล้วหลายเรื่อง เช่น คนละครึ่ง พลัส และของกระทรวงพาณิชย์ในวันนี้ ที่เป็นการดำเนินการในเสาที่ 1 คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจ เรื่อง มาตรการแก้หนี้ครัวเรือน ซึ่งอยู่ในเสาที่ 2 คือ การลดภาระประชาชน และมาตรการส่งเสริมพลังงานสะอาด ซึ่งอยู่ในเสาที่ 5 คือ การลงทุนเพื่ออนาคต โดยนายกรัฐมนตรีได้ขอให้รองนายกฯ เอกนิติแถลงข่าวความคืบหน้าในการดำเนินการ “นโยบาย Quick Big Win” ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา รวมถึงสิ่งที่ตั้งใจจะทำต่อไปให้ประชาชนทราบมากขึ้น
Advertisement
































