Business Highlight Online 19 มกราคม 2569 ก.ล.ต. เปิดแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี 5 เป้าหมายหลัก มุ่งเน้น Trust& Confidence ยืนยันเป็นอิสระในการบังคับใช้กฎหมาย บูรณาการหน่วยงานปราบทุนเทา พร้อมร่วมมือรัฐบาลใหม่ น้อมรับพรรคการเมืองให้คะแนนติดลบ เดินหน้าพัฒนาองค์กรต่อเนื่อง
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา ตลาดทุนไทยเผชิญความท้าทายในหลายมิติ ทั้งจากปัจจัยภายในประเทศและกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งถือเป็นปีแห่งการมุ่งมั่นในการสร้างและรักษาความเชื่อมั่นตลาดทุน เพื่อให้ตลาดทุนเป็นกลไกในการสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนที่ทุกภาคส่วนเข้าถึงได้ และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียในระบบนิเวศตลาดทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับพันธกิจของ ก.ล.ต. “กำกับและพัฒนาตลาดทุนให้น่าเชื่อถือ มีประสิทธิภาพ และสังคมทุกภาคส่วนเข้าถึงได้” โดย ก.ล.ต. ได้ดำเนินงานที่สำคัญในหลายด้าน ทั้งการส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล และการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายที่ได้ยกระดับให้เข้มข้นยิ่งขึ้น รวมทั้งการยับยั้งการใช้ตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางในการฟอกเงิน
สำหรับในปี 2569 นี้ ก.ล.ต. ยังคงมุ่งมั่นสานต่อการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ตามแผนยุทธศาสตร์ ปี 2569 – 2571 ภายใต้แนวคิด “Building Trust, Powering Growth” ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญ 5 ด้าน ดังนี้
(1) ตลาดทุนแข่งขันได้และสร้างความเชื่อมั่น (Competitiveness & Confidence)
ด้านการระดมทุน : เสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของตลาดทุนไทยในเวทีสากล รองรับการระดมทุนของกิจการในอุตสาหกรรมเป้าหมายและกิจการที่มีคุณภาพ ยกระดับบริษัทจดทะเบียน เพื่อสร้างความน่าสนใจและดึงดูดผู้ลงทุนด้านการซื้อขายหลักทรัพย์ : ส่งเสริมการซื้อขายหลักทรัพย์อย่างโปร่งใส เป็นธรรมตามมาตรฐานสากล และสามารถตรวจสอบได้
ด้านธรรมาภิบาลบริษัทจดทะเบียน : ยกระดับและส่งเสริมการทำหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ตรวจสอบภายใน และที่ปรึกษาทางการเงิน พัฒนาคุณภาพการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนให้ครบถ้วน โปร่งใส และรองรับการตัดสินใจของผู้ลงทุนได้อย่างเหมาะสม
ด้านการบังคับใช้กฎหมาย : ยกระดับประสิทธิภาพงานตรวจสอบและการบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งการจัดการเรื่องร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยนำเทคโนโลยีมาช่วยในการดำเนินการด้าน Cyber Resilience ของผู้ประกอบธุรกิจ : ยกระดับความพร้อมรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Resilience) ของผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
(2) ตลาดทุนเป็นแรงขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล (Leveraging Digital & Technology) มุ่งเน้นการพัฒนาตลาดทุนดิจิทัล โดยนำเทคโนโลยีมาส่งเสริมระบบนิเวศ (ecosystem) ให้พร้อมรองรับการพัฒนา Tokenizationและสินทรัพย์ดิจิทัลในฐานะสินทรัพย์เพื่อการลงทุน (crypto as an asset class) ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตอย่างทั่วถึงและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงตลาดทุนของผู้ลงทุนในวงกว้าง เช่น การจัดทำหลักเกณฑ์รองรับ crypto ETF และศึกษาการออก crypto ETF ในรูปแบบทรัสต์
(3) ตลาดทุนเป็นกลไกสำคัญสู่ความยั่งยืน (Sustainable Capital Market) โดยส่งเสริมให้ตลาดทุนไทยมีความโดดเด่นในภูมิภาคด้าน ESG และนำไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืน เช่น การเปิดเผยข้อมูลและการลงทุนอย่างยั่งยืนตามมาตรฐาน International Sustainability Standards Board (ISSB) พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่รองรับ green finance และ transition finance รวมทั้งการซื้อขาย carbon credit ในตลาดทุน
(4) ผู้ลงทุนมีสุขภาพทางการเงินที่ดีและวัฒนธรรมการลงทุนระยะยาว (Long-term Investment) โดยส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการลงทุนในตลาดทุน เพื่อสร้างสุขภาพทางการเงินที่ดี ส่งเสริมวัฒนธรรมการลงทุนระยะยาวผ่าน “บัญชีการลงทุนส่วนบุคคล” เพิ่มประสิทธิภาพกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ยกระดับการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจ และป้องกันการหลอกลงทุน โดยยกระดับไปสู่การเป็น “preventive anti-scam for all” ต่อเนื่องจากปี 2568 เพื่อลดความสูญเสีย เพิ่มการรู้เท่าทัน และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน
(5) เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการดำเนินงานของ ก.ล.ต. (Organization Transformation) เช่น ยกระดับการกำกับดูแลด้วยการใช้ Supervisory Technology (SupTech) และนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่างต่อเนื่อง
“ท่ามกลางความผันผวนและไม่แน่นอนจากปัจจัยหลายด้านที่อาจส่งผลต่อตลาดทุนไทยในระยะข้างหน้านี้ ก.ล.ต.ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมพัฒนาควบคู่การกำกับตลาดทุน เพื่อให้ตลาดทุนมีความน่าเชื่อถือและยั่งยืน ทุกภาคส่วนเข้าถึงได้ พร้อมระบุความเชื่อมั่นที่ผูกกับธรรมาภิบาลและอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจน ส่วนกรณีฟอกเงินต้องไปที่หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนั้น พร้อมระบุการฟอกเงินไม่ใช่กรอบเดียวกับการตรวจสอบบริษัทจดทะเบียน เพื่อไม่ให้เข้าใจผิดว่าหน่วยงานหนึ่งทำได้ทุกเรื่อง โดย ก.ล.ต.ให้น้ำหนักในการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง และการสื่อสารให้เห็นผลงานเพื่อฟื้นความเชื่อมั่น ยืนยัน ก.ล.ต. มีความเป็นอิสระในการบังคับใช้กฎหมาย มีบุคลากรและ ความรู้รองรับ พัฒนาเครื่องมือ เช่น ใช้ AI และปรับปรุงกฎหมายที่เตรียมไว้ การสื่อสารเป็นตัวเร่งให้สาธารณะเห็นว่าดีขึ้นอย่างไร”
เลขาธิการ ก.ล.ต.ยังกล่าวถึงนโยบายของแต่ละพรรคการเมืองที่ให้ความสำคัญกับตลาดทุน เพราะตลาดทุนเป็นกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่อง Trust & Confidence โดยสอดคล้องกับพันธกิจ ของ ก.ล.ต. ส่วนนโยบายการรับมือ “ทุนเทา” ก.ล.ต.มีการทำงานการประสานหลายหน่วยงาน ย้ำไม่ได้อำนวยหรือส่งเสริมให้เกิดทุนเทา พร้อมระบุว่ามีการบูรณาการกับหลายหน่วยงาน เช่น ตำรวจ ดีเอสไอ และ ป.ป.ง. โดย ก.ล.ต.. พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมมือกับรัฐบาลใหม่ ควรได้พูดคุยหารือหลังได้รัฐบาลใหม่ โดยการทำงานระดับรัฐบาลเป็นส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนภาพรวมเศรษฐกิจ
ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองให้คะแนน ก.ล.ต.ติดลบในการทำงาน นั้น เลขาฯ ก.ล.ต. ขอน้อมรับทุกความเห็น พร้อมระบุส่วนตัวไม่มองว่าติดลบ องค์กรยังพัฒนาได้อีก และให้กำลังใจบุคลากร มีทีมสนับสนุนจำนวนมาก โดยเน้นการทำงานแบบใช้ข้อมูลและการประเมินผลร่วมกัน เชื่อว่าหากมีโอกาสทำงานใกล้ชิดยิ่งมีข้อมูลประเมินชัดยิ่งขึ้น
Advertisement































