26 กุมภาพันธ์ 2569 “ศุภจี” สั่งทุกหน่วยเร่งแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ ลุยดูดซับผลผลิต–ขยายตลาดส่งออก–คุมเข้มนำเข้า ตรวจล้งเข้าข่ายนอมินี สร้างความเป็นธรรมเกษตรกร
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมที่ปรับตัวลดลงอย่างใกล้ชิด และสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบูรณาการมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการอย่างเร่งด่วน โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินมาตรการดูแลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อพยุงราคาและบริหารจัดการผลผลิตส่วนเกินอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากข้อสั่งการของรัฐมนตรีฯ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการสำคัญ ดังนี้
1. ด้านตลาดในประเทศ กรมการค้าภายในดำเนินมาตรการดูดซับผลผลิตเป็น 3 ระยะ
– รอบที่ 1 (ก.ค.–ก.ย. 2568) ดูดซับรวม 830,000 ลูก ผ่านการเปิดจุดรับซื้อราคานำตลาดใน อ.บางแพ จ.ราชบุรี การเปิดจุดจำหน่าย กิจกรรม Pre-Order และ CSR ร่วมกับภาคเอกชน
– รอบที่ 2 (พ.ย.–ธ.ค. 2568) ดูดซับรวม 460,000 ลูก ผ่านกลไกพาณิชย์จังหวัดต้นทาง–ปลายทาง สั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชัน MOC GO เชื่อมโยงจำหน่ายผ่านสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล รวมถึงกิจกรรมรณรงค์บริโภค
– รอบที่ 3 (ปลาย ม.ค. 2569–ปัจจุบัน) ตั้งเป้าบริหารจัดการ 1 ล้านลูก โดยเปิดจุดรับซื้อใน 4 จังหวัดแหล่งผลิตหลัก ได้แก่ ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และสงขลา พร้อมขยายจุดจำหน่ายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงงานธงฟ้า และเชื่อมโยง Modern Trade ตลาดกลาง และตลาดสดทั่วประเทศ
2. ด้านตลาดส่งออก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเตรียมผลักดันส่งออกมะพร้าวน้ำหอมไปยังตลาดใหม่ อาทิ ตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐฯ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดจีน โดยจะจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจผลไม้สดและแปรรูป ครั้งที่ 7 วันที่ 5 มีนาคม 2569 มีผู้ส่งออกเข้าร่วม 101 บริษัท ในจำนวนนี้เป็นผู้ส่งออกมะพร้าว 38 บริษัท
3. ด้านการกำกับดูแลการนำเข้ากรมการค้าต่างประเทศกำหนดมาตรการควบคุมการนำเข้ามะพร้าวทั้งในกรอบ WTO และ AFTA พร้อมจำกัดด่านนำเข้าเหลือเพียง 2 แห่ง ได้แก่ ด่านศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ และด่านศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อลดความเสี่ยงการลักลอบนำเข้า
นอกจากนี้ ได้ขอความร่วมมือโรงงานชะลอการนำเข้าในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาด และกำหนดให้ผู้ประกอบการชี้แจงเหตุผลความจำเป็น พร้อมรับซื้อผลผลิตในประเทศในราคาที่เหมาะสมก่อนอนุญาตนำเข้า
4. ตรวจล้ง–คุมเข้มนอมินี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบล้งมะพร้าวใน จ.ราชบุรี 2 ครั้ง ตรวจสอบล้ง 3 แห่ง และบริษัทที่อาจเข้าข่ายนอมินี 4 แห่ง รวมถึงบริษัทกลุ่มเสี่ยง 217 บริษัท
เบื้องต้นพบต่างด้าวร่วมถือหุ้น 3 ราย ถือครองที่ดิน 3 แปลง อยู่ระหว่างตรวจสอบเชิงลึก พร้อมเตรียมลงพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบกรณีกลุ่มทุนต่างชาติทำการเกษตร ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
5. สร้างมูลค่าเพิ่มผ่าน GI กรมทรัพย์สินทางปัญญายังเดินหน้าผลักดันการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ปัจจุบันมีมะพร้าวน้ำหอมขึ้นทะเบียน GI แล้ว 4 รายการ ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว มะพร้าวน้ำหอมบางคล้า มะพร้าวน้ำหอมสามพราน ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 มะพร้าวน้ำหอมราชบุรีได้รับการขึ้นทะเบียน GI ในสหภาพยุโรป ช่วยขยายโอกาสทางการค้าและยกระดับมาตรฐานสินค้าไทยในตลาดโลก
ทั้งนี้ กระทรวงจะติดตามสถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมและสินค้าเกษตรอื่นอย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้ามาตรการเสริมตลอดทั้งปี เพื่อให้ผลผลิตมีตลาดรองรับอย่างชัดเจนและสร้างเสถียรภาพรายได้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน
Advertisement
































