Business Highlight Online 26 กุมภาพันธ์ 2569 WHA Group มองเสถียรภาพการเมืองหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน หวังรัฐบาลใหม่เดินหน้านโยบายต่อเนื่อง 4 ปี เร่งแก้คอขวดพลังงาน–ขั้นตอนอนุมัติลงทุน รองรับเมกะเทรนด์ ชี้หากรัฐเดินหน้าเร็ว GDP ปี 69 มีลุ้นโตเกิน 2% เผยปี 69 ทุ่มงบลงทุน 16,500 ล้านบาท ครอบคลุม 5 กลุ่มธุรกิจ
นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2569 จะเป็นปีแห่งความท้าทายรอบด้าน จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน ความตึงเครียดทางภูมิเศรษฐศาสตร์ ความผันผวนของการค้าโลก เทคโนโลยี AI และดาต้าที่เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรม รวมถึงมาตรฐาน ESG และมาตรการการค้าโลกที่เข้มงวดขึ้น
ขณะเดียวกัน ยังมีความไม่แน่นอนจากมาตรการภาษี (Tariff) ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจได้ปรับตัวรับมือมานานกว่า 1 ปี และอาจยืดเยื้ออีกราว 3 ปี โดย WHA ได้วางกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงมาตั้งแต่ปี 2561 ไม่พึ่งพาการลงทุนจากจีนเพียงประเทศเดียว แต่ขยายฐานลูกค้าไปยังหลากหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและดาต้าเซ็นเตอร์
สำหรับปัจจัยการเมืองในประเทศ ภาคเอกชนมีความสบายใจมากขึ้น หลังพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งได้เสียงเกิน 190 เสียง และอยู่ระหว่างจัดตั้งรัฐบาลที่คาดว่าจะมีเสียงสนับสนุนเกือบ 300 เสียง ทำให้คาดหวังว่ารัฐบาลจะอยู่ครบวาระ 4 ปี และสามารถเดินหน้านโยบายได้ต่อเนื่อง รวมถึงการที่มีบุคคลภายนอกและผู้เชี่ยวชาญเข้ามาร่วมงาน มองว่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน ขณะที่ภาคเอกชนต้องการเห็นการจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการโดยเร็ว เพื่อเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยประเมินว่าหากเริ่มทำงานได้เร็ว เศรษฐกิจไทยปีนี้มีโอกาสเติบโตมากกว่า 2%
ด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มองว่าหากสามารถแก้ไขอุปสรรคด้านขั้นตอนที่ล่าช้า รวมถึงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน เช่น ระบบสายส่ง จะช่วยดึงดูดการลงทุนได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีมูลค่าโครงการสูง ซึ่งบริษัทได้ปิดดีลสำคัญไปแล้ว
สำหรับปี 2569 WHA Group ดำเนินงานภายใต้พันธกิจ “WHA: SHAPE THE FUTURE FOR THAILAND” รองรับเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ทั้งกลุ่ม EV เซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และพลังงานหมุนเวียน โดยตั้งงบลงทุนรวม 16,500 ล้านบาท แบ่งเป็น นิคมอุตสาหกรรม 9,000 ล้านบาท โลจิสติกส์ 3,700 ล้านบาท สาธารณูปโภคและพลังงาน 2,900 ล้านบาท โมบิลิตี้ 600 ล้านบาท และดิจิทัล 300 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ารายได้และส่วนแบ่งกำไรปกติ 20,000 ล้านบาท EBITDA Margin มากกว่า 45% และอัตราหนี้สินสุทธิต่อทุนต่ำกว่า 1.2 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยคาดว่ารายได้หลักในปี 2569 จะมาจากนิคมอุตสาหกรรม ราว 50%
ส่วนผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไร 18,232 ล้านบาท กำไรสุทธิ 5,135 ล้านบาท โดยคณะกรรมการมีมติจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีในอัตรา 0.2107 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 10.5% จากปีก่อน กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 28 พฤษภาคม 2569
Advertisement
































