Business Highlight Online 14 มีนาคม 2569 “อรรถพล” เจรจาผู้ผลิต LNG รายใหญ่ของโลกจากสหรัฐ เพิ่มปริมาณจัดหาจากปีละ 1 ล้านตัน เป็น 1.3 ล้านตัน ด้านรัสเซียพร้อมขายให้ไทยทั้งก๊าซ-น้ำมัน
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นำทีมผู้บริหารกระทรวงพลังงาน และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมหารือกับนาย Anatol Feygin, Chief Commercial Officer บริษัท Cheniere Energy Inc.ผู้ผลิต LNG รายใหญ่ของโลกจากสหรัฐอเมริกา โดยหารือวานนี้(13มี.ค.)เพื่อเพิ่มปริมาณ LNG ที่จะส่งมอบในสัญญาเดิมมายังประเทศไทย จากปีละ 1 ล้านตัน เป็น 1.3 ล้านตัน เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานตลอดอายุสัญญาที่เหลืออยู่อีก 15 ปี (ถึงปี พ.ศ.2584)
อีกทั้งได้หารือเพื่อปรับเปลี่ยนกำหนดเที่ยวเรือที่จะส่งมอบ LNG บางส่วนให้เร็วขึ้น จากไตรมาสที่ 3/2569 เป็นไตรมาสที่ 2/2569 เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หากการสู้รบยังคงยืดเยื้อต่อไป ทั้งนี้ บริษัท Cheniere รับที่จะเร่งดำเนินการให้อย่างดีที่สุด
“ตั้งแต่เกิดวิกฤตด้านพลังงาน รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการในหลายๆ ด้าน คู่ขนานกันมาโดยตลอด อาทิ การระงับส่งออกน้ำมัน การเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมัน การเจรจาจัดหาน้ำมันและก๊าซจากภูมิภาคอื่นนอกจากตะวันออกกลางมาทดแทน การส่งเสริมการใช้น้ำมันชีวภาพมากขึ้น การใช้กองทุนน้ำมันมาบรรเทาผลกระทบด้านราคา และการรณรงค์เรื่องการประหยัดพลังงาน จึงขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจได้ว่าเราจะสามารถผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันได้อย่างแน่นอน” นายอรรถพล กล่าว
ด้านสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่าหลังจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ระบุเตรียมนำเข้าน้ำมันรัสเซียมาทดแทนน้ำมันจากตะวันออกกลางที่อาจได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งและมีการการปิดช่องแคบฮอร์มุซก็คาดว่า บริษัท Rosneft ของรัสเซีย และกลุ่มปตท.จะมีข้อตกลงเพราะเคยลงนามเป็นพันธมิตรพลังงานก่อนหน้านี้
สื่อต่างประเทศรายงานว่ามีน้ำมันดิบรัสเซียประมาณ 100 ล้านบาร์เรล ที่ค้างอยู่บนเรือในทะเล ซึ่งเป็นปริมาณที่สหรัฐฯ (OFAC) เพิ่งออกใบอนุญาตผ่อนปรนให้ประเทศต่างๆ สามารถเข้าไปซื้อขายได้ชั่วคราวในตั้งแตีวันที่ 12 มีนาคม 2569 และขนถ่ายให้เสร็จสิ้นภายใน 11 เมษายน 2569ซึ่งถือเป็นจังหวะที่ไทยสามารถดำเนินการได้โดยไม่ผิดมาตรการสากล
ก่อนหน้านี้ Alexander Novak รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ระบุบริษัทรัสเซียกำลังพิจารณาโอกาสในการเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งสินค้าไปยังตลาดเอเชียแปซิฟิก การเจรจาได้เริ่มขึ้นแล้ว และขายในอนาคตอันใกล้นี้ ได้แก่ จีน, อินเดีย, ไทย และฟิลิปปินส์
Advertisement




























