Business Highlight Online 18 มีนาคม 2569 “ศุภจี” เผยเตรียมใช้กลไก กกร. ทบทวนรายการสินค้าควบคุม พร้อมเดินหน้าจัดทำประชาพิจารณ์ พิจารณาเพิ่มสินค้าจำเป็นเข้าสู่บัญชีสินค้าควบคุม ย้ำเป็นมาตรการเชิงรุกหากเกิดวิกฤติพลังงาน ยืนยันแม้รัฐทยอยปรับราคาน้ำมันดีเซลภายใต้เพดานที่กำหนด แต่ยังควบคุมสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าจำเป็นได้
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานโลกอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่เกิดเหตุสู้รบในตะวันออกกลาง โดยภายหลังสิ้นสุดช่วงตรึงราคาพลังงาน 15 วัน ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ได้กำหนดเพดานราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร และทยอยปรับขึ้นในวันนี้ 50 สตางค์ต่อลิตร ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงสร้างต้นทุนสินค้าในระยะต่อไป โดยการปรับราคาน้ำมันดีเซลภายใต้เพดานที่กำหนด ยังไม่ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในขณะนี้
กระทรวงพาณิชย์เตรียมใช้กลไกคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ทบทวนรายการสินค้าควบคุมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมจัดทำประชาพิจารณ์ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อการเพิ่มสินค้าจำเป็นเข้าสู่บัญชีสินค้าควบคุม รองรับความเสี่ยงจากวิกฤติพลังงาน
สำหรับมาตรการดูแลค่าครองชีพ กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดแนวทางกำกับสินค้าจำเป็น โดยเฉพาะ “สินค้าควบคุม” ดังนี้
– ห้ามปรับราคาสินค้าในกลุ่มควบคุม
– ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะปรับราคา ต้องแจ้งกรมการค้าภายในล่วงหน้า
– ติดตามราคาจำหน่ายสินค้าอย่างใกล้ชิด
– ลงพื้นที่ตรวจสอบ ป้องปรามการฉวยโอกาสขึ้นราคาและการกักตุนสินค้า
– ทบทวนรายการสินค้าควบคุมเพิ่มเติม ผ่าน กกร. ตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542
“สินค้าควบคุมจะต้องขออนุญาตจากกรมการค้าภายใน หากจะปรับขึ้นราคา ส่วนสินค้าที่อยู่ในกลุ่มติดตามราคาเช่น ข้าวสารบรรจุถุง น้ำปลา และซอสปรุงรส ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดเสนอขอปรับขึ้นราคาเช่นกัน โดยหากมีการปรับราคา กระทรวงจะเข้าไปหารือและขอความร่วมมือผู้ประกอบการในการพยุงราคา เนื่องจากต้นทุนพลังงานยังไม่ได้ปรับเพิ่มในระดับสูง” นางศุภจีกล่าว
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังร่วมมือกับผู้ผลิตและผู้ประกอบการ จัดทำสินค้าราคาพิเศษกระจายสู่ร้านค้าปลีกค้าส่งทั่วประเทศ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน พร้อมจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด (ธงฟ้า) ในบางพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนโดยตรง
ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศดำเนินงานภายใต้กลไกคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาและการกักตุนสินค้าในระดับพื้นที่
สำหรับภาคการเกษตร ปัจจุบันประเทศไทยมีสต๊อกปุ๋ยเพียงพอถึงเดือนพฤษภาคม และอยู่ระหว่างเร่งประสานการนำเข้าสินค้าที่ค้างส่ง เพื่อให้มีเพียงพอต่อเนื่องถึงเดือนสิงหาคม พร้อมเตรียมขยายโครงการ “ธงเขียว” เพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกร และส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า
ในส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการผลิตน้ำมัน ได้หารือกับผู้ผลิต พบว่า ยังมีสต๊อกเพียงพอสำหรับการผลิตประมาณ 4 เดือน และอยู่ระหว่างหาแหล่งนำเข้าเพิ่มเติมจากประเทศอื่น เพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต
นางศุภจีกล่าวย้ำว่า แม้ราคาน้ำมันจะเริ่มมีการทยอยปรับขึ้น แต่ด้วยมาตรการกำกับดูแลของภาครัฐและการบริหารจัดการต้นทุน ทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาในระยะนี้
หากประชาชนพบพฤติกรรมการจำหน่ายสินค้าไม่เป็นธรรม หรือมีการปรับขึ้นราคาโดยไม่เหมาะสม สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
Advertisement






























