รัฐบาลเตรียมใช้ “คนละครึ่งพลัส” เติมกำลังซื้อรายย่อย

31

Business Highlight Online 28 มีนาคม 2569 รัฐบาลเล็งใช้ “คนละครึ่งพลัส” เติมกำลังซื้อรายย่อย ลดการอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันฯ หวั่นสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ มุ่งใช้งบอย่างคุ้มค่า เน้นช่วยกลุ่มเปราะบาง พาณิชย์คุมเข้มราคาข้าวแกง จัดธงฟ้าลดราคาสูงสุดร้อยละ 50 กระจายทั่วประเทศ

ทีมเศรษฐกิจร่วมแถลง ในงาน Meet the Press เรื่อง “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันภายหลังรัฐบาลปรับลดอัตราการอุดหนุนผ่านกองทุนน้ำมัน แต่ยังควบคุมให้ราคาสอดคล้องกลไกตลาดโลก เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน ทำให้ราคาน้ำมันของไทยต่ำกว่าหลายประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่หลายประเทศเลือกทางให้ลอยตัว การเลือกแนวทางให้ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวแบบควบคุม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนกับวิตกฤติต้มยำกุ้ง ปี 40 และกองทุนน้ำมันขาดทุนแบบไม่จำกัด อาจกระทบเศรษฐกิจในวงกว้าง

รองนายกรัฐมนตรีเอกนิติ ระบุวิกฤตครั้งนี้เป็น “วิกฤตของโลก” ยังไม่สามารถประเมินจุดสิ้นสุดได้อย่างชัดเจน รัฐบาลจึงดำเนินมาตรการช่วยเหลือ “กลุ่มเปราะบาง” เป็นลำดับแรก ผ่านมาตรการเติมเงินในบัตรสวัสดิการฯ เตรียมประชุมคณะกรรมการบัตรสวัสดิการฯ วันจันทร์นี้ เพื่อโอนเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ จาก 300 บาท เพิ่มเป็น 400 บาท เพราะเป็นกลุ่ม ไม่มีรถยนต์ ไม่ได้ใช้น้ำมัน และเมื่อรัฐบาลชุดใหม่เข้าบริหารประเทศต้นเดือนเมษายนนี้ จะเริ่มออกนโยบายคนละครึ่งพลัส เพื่อเติมกำลังซื้อให้รายย่อย และร้านค้าเข้าร่วมโครงการ กระทรวงคลังได้เตรียมพร้อมรายละเอียดเอาไว้หมดแล้ว

“ศุภจี” ยกระดับการควบคุมราคาสินค้าจำเป็นเพิ่มอีก 6 รายการ ไทยช่วยไทยกว่า 1,000 รายการ ลดสูงสุด 50% เริ่ม 1 เมษายนนี้

นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว่า แนวทางการบริหารจัดการสินค้ายามวิกฤต ได้เข้มงวดกับสินค้าควบคุม จากเดิมมี 59 รายการ ได้ ทบทวนบัญชีก่อนกำหนดเพิ่มอีก 6 รายการ โดยเอกชนต้องแจ้งทั้งปริมาณและคุณภาพ และต้องแจ้งขออนุญาตก่อนปรับราคา

ในส่วนสินค้ากลุ่มพลังงาน กระทรวงพาณิชย์เตรียมเชิญผู้เกี่ยวข้องมาตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนในกระบวนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างครบวงจร สอดรับกับกระทรวงพลังงาน เพื่อทบทวนความเหมาะสมของค่าการกลั่นและค่าประกอบการ แม้ว่าการกำหนดราคาจะเป็นอำนาจตามกฎหมายเฉพาะของกระทรวงพลังงานก็ตาม ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาทุกวันร่วมกับพาณิชย์จังหวัดกว่า 4,000 แห่ง มีประชาชนร้องเรียนราว 400 เรื่อง เพื่อป้องกันการขายเกินราคาหรือการติดป้ายราคาไม่ถูกต้อง

สำหรับการดูแลค่าครองชีพ รัฐบาลได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิตรายใหญ่และผู้ประกอบการค้าปลีก-ค้าส่ง เตรียมเปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย” ตั้งแต่ 1 เมษายน 69 นี้ โดยนำสินค้าจำเป็นกว่า 1,000 รายการ มาลดราคาพิเศษเฉลี่ย 25% ถึง 50% เพื่อช่วยลดภาระประชาชนทันที

อย่างไรก็ตาม ยังมีแผนระยะยาวในการพัฒนาสินค้าชุมชนผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อขยายช่องทางขายสู่ห้างสรรพสินค้าและแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมทั้งเตรียมกระจายโครงการธงฟ้าลงสู่ชุมชนกว่า 500 แห่ง และใช้รถธงฟ้าเคลื่อนที่เข้าถึงพื้นที่ห่างไกลในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม 69 นี้

กระทรวงพาณิชย์ยังประสานงานใกล้ชิดกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาการขนส่งวัตถุดิบต้นน้ำที่ติดค้างอยู่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ซึ่งเรือบรรทุกสินค้าบางส่วนยังไม่สามารถเดินทางออกมาได้ จึงเตรียมหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงสมาคมเกษตรกรเพื่อปรับสูตรปุ๋ยลดการนำเข้าวัตถุดิบป้องกันภาวะขาดแคลน ส่วนด้านการส่งออกที่ได้รับผลกระทบ เช่น การส่งข้าวไปอิรัก ได้เร่งเจรจาเพื่อรักษาตลาดเดิมและหาตลาดใหม่ทดแทนในแถบแอฟริกาและละตินอเมริกา เพื่อรักษาเสถียรภาพการส่งออกของไทยให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

กระทรวงพาณิชย์ช่วยบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพ โดยเฉพาะราคาอาหารสำเร็จรูป ใช้ โครงการนำร่อง เตรียมแผนนำวัตถุดิบต้นทุนต่ำ เช่น ข้าวสาร, น้ำมันพืช, ไข่ไก่, น้ำตาล ส่งตรงไปยังร้านอาหารสำเร็จรูป ร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวแกง และร้านขายน้ำในตลาดสด พื้นที่ เริ่มนำร่องใน 24 เขต ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดสัปดาห์ละ 2 ครั้ง รวมเป็น 8 ครั้งในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพื่อให้ร้านค้ามีต้นทุนที่เหมาะสมและสามารถคงราคาข้าวแกงไม่ให้สูงจนเกินไป เน้นย้ำเรื่องการกำกับดูแล ขอความร่วมมือร้านค้าให้ ติดป้ายราคาให้ชัดเจน หากไม่มีการแจ้งราคาที่ถูกต้องหรือฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยไม่แจ้ง ผู้บริโภคสามารถร้องเรียนเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลได้

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า แนวทางรับมือวิกฤตราคาน้ำมัน สำหรับกลุ่มขนส่ง เตรียมใช้รูปแบบการช่วยเหลือแบบจ่ายตรงถึงผู้ประกอบการ ผ่านระบบดิจิทัล เช่น พร้อมเพย์ เพื่อให้เงินถึงมือผู้ได้รับผลกระทบจริง ลดปัญหาความคลาดเคลื่อน โดยจะใช้เทคโนโลยี GPS ตรวจสอบการใช้งานจริงของรถแต่ละคัน ด้วยการชดเชยรถบรรทุกในอัตรา 6 บาทต่อลิตร โดยไม่จ่ายล่วงหน้า แต่ให้ผู้ประกอบการนำข้อมูลการวิ่งจริงมาเบิกคืน ขณะที่รถโดยสารสาธารณะจะได้รับการช่วยเหลือในอัตราประมาณ 4 บาทต่อลิตร ทั้งระบบจะอิงการใช้งานจริงแบบรายคัน เพื่อความเป็นธรรมและแม่นยำ

ปัจจุบันมีรถบรรทุกในระบบกว่า 100,000 คัน และรถโดยสารสาธารณะอีกราว 20,000 คัน โดยกระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบกจะเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ ขณะที่กระทรวงการคลังจะสนับสนุนงบประมาณ ซึ่งประเมินว่าจะใช้วงเงินประมาณ 1,800 ล้านบาทต่อเดือน ส่วนมาตรการช่วยเหลือวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่ขึ้นทะเบียนกว่าแสนราย เตรียมจ่ายเงินช่วยเหลือ 300 บาทต่อเดือน ผ่านพร้อมเพย์โดยตรง เนื่องจากมีฐานข้อมูลเลขบัตรประชาชนอยู่แล้ว

มาตรการทั้งหมดจะดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายในช่วงที่ยังไม่มีรัฐบาลใหม่ โดยสามารถใช้งบกลางเพื่อช่วยเหลือเร่งด่วนได้ทันที หากได้รับอนุมัติ ซึ่งขณะนี้ดำเนินการแบบ “คู่ขนาน” ทั้งการเตรียมของบประมาณและการรอความชัดเจนทางการเมือง เพื่อให้สามารถเริ่มช่วยเหลือได้เร็วที่สุด คาดว่าคงเลือกแนวทางลดภาษีสรรพสามิตดีเซล หากลดลง 1 บาท รัฐเสียรายได้ 2,000 ล้านบาท ส่วนของมาตรการด้านภาษี กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างจัดทำร่างกฎกระทรวงเพื่อลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ได้หารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนกำหนดอัตราที่ชัดเจน ก่อนเสนอให้มีผลบังคับใช้ต่อไปรัฐบาลย้ำว่ามาตรการทั้งหมดเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในช่วงวิกฤต โดยการดำเนินการระยะยาวจะขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ต่อไป

ขณะนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติหลักการเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขออนุมัติการใช้งบประมาณตามระเบียบ เมื่อได้รับงบประมาณมาแล้วจะสามารถเติมเงินเข้าบัตรให้แก่ผู้ถือสิทธิ์ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันที่ 1 ของเดือน หากงบประมาณพร้อมเมื่อใด ระบบจะดำเนินการโอนเงินให้ทันทีและสามารถใช้สิทธิ์ได้ต่อเนื่องเป็นเวลา 30 วัน

Advertisement