เงินบาทอ่อนค่าสุดรอบ 2 สัปดาห์ จับตาประชุม กนง.สัปดาห์หน้า

6

Business Highlight Online 26 เมษายน 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องแตะระดับอ่อนค่าสุดรอบ 2 สัปดาห์ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงจากแรงขายทำกำไรและปัจจัยเสี่ยงต่างประเทศ สัปดาห์หน้าจับตาฟันด์โฟลว์ ผลประชุม กนง. และเฟด รวมถึงทิศทางเศรษฐกิจโลก มองกรอบเงินบาท 31.70-32.70 บาท/ดอลลาร์ฯ แนวโน้มดัชนีหุ้นยังผันผวนในกรอบ 1,430-1,495 จุด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่าเกือบตลอดสัปดาห์ ท่ามกลางแรงกดดันจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเด็นช่องแคบฮอร์มุซและความไม่แน่นอนของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับสูงขึ้น ประกอบกับแรงขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ กดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลงไปแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 32.51 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนฟื้นตัวเล็กน้อยตามแรงขายเงินดอลลาร์ฯ และข้อมูลส่งออกไทยที่ออกมาดีกว่าคาด โดยเงินบาทปิดที่ 32.45 บาทต่อดอลลาร์ฯ อ่อนค่าจากสัปดาห์ก่อนหน้า

สำหรับตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET ปรับตัวลดลงเกือบตลอดสัปดาห์ โดยเคลื่อนไหวในกรอบแคบช่วงต้นสัปดาห์ก่อนเผชิญแรงขายทำกำไรในหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารและค้าปลีก รวมถึงแรงกดดันจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อและขาดความชัดเจนในการเจรจาสันติภาพ ขณะที่แรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีช่วงปลายสัปดาห์ยิ่งซ้ำเติมบรรยากาศการลงทุน ส่งผลให้ดัชนี SET ปิดที่ 1,456.10 จุด ลดลง 1.78% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 17.32%

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (27 เม.ย.-1 พ.ค. 2569) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทไว้ที่ 31.70-32.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ตลอดจนการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งอาจส่งสัญญาณต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลก นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อาทิ อัตราเงินเฟ้อ PCE/Core PCE เดือนมี.ค. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 (ประมาณการครั้งแรก) ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิต และข้อมูลการจ้างงาน ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1 ของยูโรโซน และดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีน ญี่ปุ่น และอังกฤษ รวมถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางราคาน้ำมันโลก

ด้านตลาดหุ้นไทย บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่ามีแนวรับที่ 1,430 และ 1,415 จุด และแนวต้านที่ 1,470 และ 1,495 จุด โดยยังต้องติดตามผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบริษัทจดทะเบียนและกระแสเงินทุนต่างชาติอย่างใกล้ชิด ซึ่งยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดในระยะสั้น

Advertisement