ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยเงินบาทแกว่งตัวเป็นกรอบ ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นจากสัปดาห์ก่อน

49

17 มกราคม 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยเงินบาทแกว่งตัวเป็นกรอบ หุ้นไทยปรับตัวขึ้นจากสัปดาห์ก่อน สัปดาห์หน้ามองกรอบค่าเงินบาทที่ระดับ 31.00-31.70 บาท/ดอลลาร์ ดัชนีหุ้นไทยแนวรับที่ 1,260 และ1,250 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,285 และ 1,300 จุด ตลาดจับตาฟันด์โฟลว์ต่างชาติ-สกุลเงินเอเชีย-ราคาทองคำโลก-ผลประกอบการ บจ. ไตรมาส 4/68

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า สัปดาห์ระหว่างวันที่ 12-16 ม.ค. 2568 เงินบาทแกว่งตัวอยู่ในกรอบค่อนข้างจำกัดในช่วง 31.20-31.55 ตลอดสัปดาห์ โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่เงินดอลลาร์เผชิญแรงกดดันท่ามกลางความกังวลต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาอ่อนค่าในช่วงกลางสัปดาห์ เนื่องจากตลาดตีความสัญญาณของผู้ว่าการ ธปท. ในเชิง Dovish ซึ่งสะท้อนโอกาสการปรับลดดอกเบี้ยของไทยในปีนี้ นอกจากนี้การอ่อนค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับทิศทางสกุลเงินในเอเชีย นอกจากนี้แรงขายเงินดอลลาร์ชะลอลงบางส่วน หลังมีรายงานข่าวว่า ผู้ว่าการธนาคารกลางทั่วโลกร่วมกันออกแถลงการณ์เพื่อสนับสนุนนายเจอโรม พาวเวลด้วยเช่นกัน

เงินบาททยอยแข็งค่ากลับมาอีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์เผชิญแรงขายตามปัจจัยทางเทคนิคหลังจากที่ USD/THB ไม่ผ่านแนว 31.50 บาทต่อดอลลาร์ ประกอบกับเงินเยนฟื้นตัวขึ้นบางส่วนหลังทางการญี่ปุ่นส่งสัญญาณว่าอาจเข้าแทรกแซงเพื่อชะลอการอ่อนค่าของเงินเยน

ในวันศุกร์ที่ 16 ม.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 31.39 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับ 31.43 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (9 ม.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 12-16 ม.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 7,576.7 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 820.8 ล้านบาท(ซื้อสุทธิพันธบัตร 821.0 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 0.2 ล้านบาท)

สัปดาห์ระหว่างวันที่ 19-23 ม.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 31.00-31.70 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ จีดีพีไตรมาส 3/2568 ดัชนีราคาPCE/Core PCE เดือน ต.ค.-พ.ย. ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือน ธ.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและ PMI เบื้องต้นสำหรับเดือน ม.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามผลการประชุม BOJ (22-23 ม.ค.) การกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน อัตราเงินเฟ้อเดือน ธ.ค. ของยูโรโซนและอังกฤษ และข้อมูลเศรษฐกิจจีน อาทิ จีดีพีไตรมาส 4/2568 และตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเดือน ธ.ค.ด้วยเช่นกัน

ด้านดัชนีหุ้นไทย ( SET Index) ปรับตัวลงช่วงต้นสัปดาห์ เนื่องจากไร้ปัจจัยใหม่ๆ เข้ามากระตุ้นตลาด ประกอบกับเผชิญแรงกดดันจากแรงขายในกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ นำโดยหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล จากความกังวลเกี่ยวกับการยกเลิกการขายแผนประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายของบริษัทประกันรายใหญ่ นอกจากนี้แรงขายทำกำไรหุ้นรายตัวในกลุ่มค้าปลีกและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ก็เป็นปัจจัยลบที่กดดันตลาดหุ้นไทยด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยทยอยฟื้นตัวตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ ท่ามกลางแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย หุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นจากสถานการณ์ตึงเครียดในอิหร่าน รวมถึงหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์และแบงก์ ในช่วงที่กำลังจะรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568

ในวันศุกร์ที่ 16 ม.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,275.60 จุด เพิ่มขึ้น 1.72% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อนขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 40,148.11 ล้านบาท ลดลง 1.11%จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.96% มาปิดที่ระดับ 212.83 จุด

สัปดาห์ถัดไป (19-23 ม.ค. 69) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่าดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,260 และ 1,250 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,285 และ 1,300 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของ บจ.ไทย และทิศทางเงินทุนต่างชาติส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือน ม.ค. (เบื้องต้น) รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคลเดือน ต.ค.-พ.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2568 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ การประชุม BOJ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 และตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ธ.ค. ของจีน อาทิ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน ธ.ค. ของยูโรโซนและญี่ปุ่น ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือน ม.ค. (เบื้องต้น) ของญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ

Advertisement