Krungthai CIO มองตลาดเงินโลกผันผวน แนะเพิ่มการลงทุนในทองคำ

34

Business Highlight Online 21 มกราคม 2569 Krungthai CIO ประเมินตลาดการเงินโลกเคลื่อนไหวผสมผสาน ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านนโยบายของสหรัฐฯ และญี่ปุ่น อย่างไรก็ดี ตลาดยังตอบรับเชิงบวกต่อสัญญาณการหมุนกลุ่มลงทุน (Market Rotation)

Krungthai CIO ประเมินตลาดการเงินโลกเคลื่อนไหวผสมผสาน ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านนโยบายของสหรัฐฯ และญี่ปุ่น อย่างไรก็ดี ตลาดยังตอบรับเชิงบวกต่อสัญญาณการหมุนกลุ่มลงทุน (Market Rotation) โดยมองการปรับฐานเป็นเพียง Healthy Correction มากกว่าการเข้าสู่โหมด Risk-off ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานและผลประกอบการยังคงหนุนตลาดหุ้น แนะนำจัดพอร์ตแบบ Barbell สร้างสมดุลระหว่างหุ้นเติบโตและหุ้นมั่นคง พร้อมถือทองคำเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง เพื่อรับมือความผันผวนระยะถัดไป

ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office) วิเคราะห์ตลาดและการลงทุนรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 19-23 มกราคม 2569 ว่า ตลาดหุ้นโลกปรับตัวผสมผสาน โดยยังเห็นกระแสการหมุนกลุ่มลงทุน (Market Rotation) อย่างชัดเจน โดย หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น (Consumer  Staples) ปรับตัวโดดเด่น จากการปรับขึ้นของหุ้น Walmart หลังมีข่าวว่า บริษัทจะเข้าร่วมดัชนี Nasdaq-100 ขณะที่หุ้นกลุ่มธุรกิจการเงิน (Financials) ปรับลดลง แม้ผลประกอบการออกมาแข็งแกร่ง แต่ถูกกดดันจากแนวคิดของประธานาธิบดีทรัมป์ในการควบคุมอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ 10%

ในส่วนของตลาดภูมิภาค ตลาดเอเชีย หุ้นญี่ปุ่นปรับขึ้นแรง จากความคาดหวังเชิงบวกต่อเสถียรภาพทางการเมือง ภายหลังนายกรัฐมนตรี Sanae Takaichi ส่งสัญญาณเตรียมยุบสภา อาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่และการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ ตลาดตราสารหนี้ บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นราว 6 basis points (bps) แม้ Core CPI ต่ำกว่าคาด แต่ตลาดยังให้น้ำหนักกับภาวะตลาดแรงงานที่ยังไม่ชะลอตัวมากนัก รวมถึงท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ที่ยังคงเข้มงวด ส่งผลให้การคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ถูกเลื่อนออกไป ส่วน บอนด์ยีลด์ไทย ผันผวนตามปัจจัยต่างประเทศและความกังวลด้านอุปทานจากการประมูลพันธบัตรในประเทศ

สำหรับสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันปรับขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาทองคำปรับขึ้นจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ตั้งแต่อิหร่านไปจนถึงกรีนแลนด์ รวมถึงประเด็นความเป็นอิสระของ FED ภาพรวมตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้ มองว่า ความผันผวนที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ยังมีสาเหตุหลักจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายมากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจ โดยทั้งสหรัฐฯ และญี่ปุ่นต่างใช้นโยบายที่มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่เพิ่มความเปราะบางด้านการคลังและเสถียรภาพในระยะถัดไป ส่งผลให้นักลงทุนต้องการค่าชดเชยความเสี่ยง (Risk Premium) สูงขึ้น อย่างไรก็ดี สัญญาณจาก Market Breadth ที่ยังแข็งแรง รวมถึงแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ยังแข็งแกร่ง หลังกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ที่ทยอยออกมาดีกว่าคาด สะท้อนว่าตลาดหุ้นยังมีฐานรองรับ และยังไม่เข้าสู่ภาวะ Risk-off อย่างชัดเจน

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน Krungthai CIO แนะนำให้นักลงทุนจัดพอร์ตแบบ “Barbell Strategy” โดยผสมผสานการลงทุนระหว่าง หุ้นกลุ่มเติบโต (Growth) ที่ยังได้รับแรงหนุนจาก ผลประกอบการและแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป กับ หุ้นกลุ่มมั่นคง (Defensive) เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ต ท่ามกลาง Tail risk ที่ยังมีอยู่ พร้อมเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในทองคำ เพื่อทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง จากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการเงิน และประเด็นความเป็นอิสระของธนาคารกลาง

Advertisement