Business Highlight Online 27 กุมภาพันธ์ 2569 SCB EIC ประเมินดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ใกล้ระดับเหมาะสม ทำอัตราดอกเบี้ยแท้จริงเข้าใกล้ 0% หนุนเศรษฐกิจโดยไม่กระทบเสถียรภาพ คาด กนง.คงดอกเบี้ยต่อ พร้อมลดเพิ่มหากแนวโน้มเศรษฐกิจแย่กว่าคาด และเดินหน้ามาตรการเฉพาะจุดช่วยครัวเรือน-เอสเอ็มอี
หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 1% เร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ พร้อมเปิดทางลดเพิ่มเติม หากเศรษฐกิจแย่กว่าที่ประเมินไว้ ล่าสุด ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินว่า หากแนวโน้มเศรษฐกิจไม่ได้ปรับลดลงมากกว่าคาด กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1% ไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากระดับดอกเบี้ย 1% ทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงลดลงเข้าใกล้ 0% ซึ่งใกล้เคียงค่าเฉลี่ยในอดีต ถือเป็นระดับที่ผ่อนคลายพอสมควร และยังช่วยรักษาเสถียรภาพระบบการเงินในระยะปานกลางได้
เมื่อเทียบกับวัฏจักรการลดดอกเบี้ย (Easing cycle) นอกช่วงวิกฤติในปี 2012 รอบนี้ถือว่าปรับลดในจังหวะที่ค่อนข้างเร็ว โดยจุดเริ่มต้นของ Easing cycle มาจากการประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีศักยภาพเติบโตต่ำกว่าก่อนโควิด-19 อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งภาคครัวเรือนและ SMEs ยังมีความเปราะบางสูง ขณะที่แรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ทั้งความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรการกีดกันทางการค้า โดยเฉพาะกำแพงภาษีสหรัฐฯ เข้ามาซ้ำเติมหลังวงจรลดดอกเบี้ยได้เริ่มต้นไปแล้ว
การเน้นย้ำเรื่องนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และมาตรการทางการเงินเฉพาะจุด อาจเป็นการส่งสัญญาณว่า กนง.ได้ใช้เครื่องมือดอกเบี้ยอย่างเต็มที่ในระดับหนึ่งแล้ว การลดดอกเบี้ยต่อเนื่องอีกอาจไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไทยได้มากนัก และอาจกระทบต่อประสิทธิผลในการส่งผ่านนโยบายการเงินได้ โดย ธปท. เริ่มดำเนินนโยบายรอบด้านประสานกับรัฐบาลมากขึ้นในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไทย ผ่านมาตรการทางการเงินที่เน้นช่วยเหลือกลุ่มครัวเรือน และ SMEs
สำหรับมุมมองนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า SCB EIC ประเมินว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ที่ 1.0% ไปอีกระยะหนึ่ง โดยอาจลดลงเพิ่มเติมหากเศรษฐกิจแย่กว่าที่ประเมินไว้ เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มเติบโตต่ำผ่านการลดต้นทุนทางการเงิน บรรเทาภาระหนี้สิน และเพื่อเพิ่มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำกว่ากรอบเป้าหมายให้สูงขึ้น ขณะที่จะเน้นมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดในภาคส่วนที่มีความเปราะบาง ซึ่งได้แก่ ครัวเรือน และ SMEs ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไทยมากขึ้น
Advertisement





























