ผู้แทนการค้าไทยหนุนเดินเกมใหม่โลกการค้าไร้พรมแดน ชี้ FTA ต้องไม่ใช่แค่ Free Trade แต่ต้องเป็น “Fair Trade”

15

Business Highlight Online 29 สิงหาคม 2569 ผู้แทนการค้าไทยร่วมเวที “SME ต้องรอด” หนุนเดินเกมใหม่ในโลกการค้าไร้พรมแดน ชี้ FTA ต้องไม่ใช่แค่ Free Trade แต่ต้องเป็น “Fair Trade” ติดอาวุธคนตัวเล็กเติบโตอย่างเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย เข้าร่วมเสวนาในงานสัมมนาประจำปีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย “SME ต้องรอด” ภายใต้หัวข้อ “SME เดินเกมใหม่ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับนายสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) พร้อมด้วยผู้ประกอบการและผู้นำภาคธุรกิจ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และกำหนดทิศทางการปรับตัวของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ไทย ท่ามกลางความท้าทายจากกติกาการค้าและห่วงโซ่อุปทานโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

นายวีระพงษ์ ระบุว่า ระบบการค้าโลกในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความผันผวนและความไม่แน่นอนสูง ทั้งจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และการแข่งขันด้านนโยบายอุตสาหกรรม มาตรการการค้าจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องภาษี แต่ขยายไปสู่กติกาความยั่งยืน มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และสิทธิแรงงาน ส่งผลให้การออกไปเปิดตลาดต่างประเทศของ SME ไทยไม่สามารถใช้วิธีการลองผิดลองถูกได้อีกต่อไป ผู้ประกอบการจำเป็นต้องทำการบ้านอย่างจริงจัง มีข้อมูลเชิงลึก เข้าใจพฤติกรรมลูกค้า และรู้เท่าทันความต้องการของตลาดเป้าหมาย เพื่อวางแผนธุรกิจได้อย่างแม่นยำและกระจายความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับการขับเคลื่อนความตกลงการค้าเสรี (FTA) นั้น ผู้แทนการค้าไทยเน้นย้ำว่า FTA ยุคใหม่ โดยเฉพาะ FTA ไทย-EU มีบทบาทสำคัญในการเปิดประตูสู่ตลาดที่มีกำลังซื้อสูง แต่การเปิดตลาดเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อความยั่งยืน นโยบายการค้าที่ดีต้องไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการค้าเสรี (Free Trade) แต่ต้องสร้าง “การค้าที่เป็นธรรม” (Fair Trade) หรือการแข่งขันที่เท่าเทียม เพื่อช่วยให้ SME ไทยพร้อมแข่งขัน สามารถยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการให้สอดรับกับกติกาสากล และมีโอกาสเติบโตจากธุรกิจขนาดเล็กสู่ขนาดกลางและขนาดใหญ่ในห่วงโซ่มูลค่าโลกได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ภาครัฐได้เตรียมกลไกสนับสนุนการปรับตัวของภาคธุรกิจอย่างรอบด้าน ทั้งการกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน (Transition Period) ที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้เปิดตลาดฉับพลันจนส่งผลกระทบต่อธุรกิจในประเทศ การมีมาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (Safeguards) และการจัดตั้ง “กองทุน FTA” ร่วมกับกลไกของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และระบบข้อมูลเชิงลึกทางการตลาด (Market Intelligence) เพื่อมุ่งเน้นการติดอาวุธเสริมขีดความสามารถ ถ่ายทอดเทคโนโลยี และยกระดับกระบวนการผลิต มากกว่าการเป็นเพียงมาตรการเยียวยาความเสียหายในภายหลัง

“การออกไปเจรจาการค้าในเวทีโลกของภาครัฐมีเป้าหมายสำคัญที่สุดคือ การทำให้คนไทยและผู้ประกอบการคนตัวเล็กได้รับประโยชน์จริง รัฐบาลพร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโอกาส ขจัดอุปสรรคทางกฎระเบียบ และจับมือเดินเคียงข้างภาคเอกชนในฐานะทีมไทยแลนด์ เพื่อให้ SME ไทยสามารถก้าวข้ามความท้าทาย คว้าโอกาสใหม่ และเติบโตได้อย่างมั่นคงในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” นายวีระพงษ์ กล่าวสรุป

Advertisement