นายกฯโต้ฝ่ายค้าน มั่นใจผลสำเร็จเดินทางไป ตปท. จะเกิด “สึนามิแห่งการลงทุน”

65

Business Highlight Online : 4 เมษายน 2567 รัฐสภา – นายกฯ ลั่นไม่อยากเห็นฝ่ายค้านเป็นแมลงหวี่ คอยจ้องเล่นแต่การเมือง มั่นใจอีก 2 ปี เกิด “สึนามิแห่งการลงทุน” ยืนยันตัวจริงเสียงจริง รัฐบาลเพื่อประชาชน

วานนี้ (3 เม.ย.) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลุกขึ้นชี้แจงในการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 เป็นครั้งที่ 2 ของวัน ว่า ขอขอบคุณช่วงเช้าและช่วงบ่ายที่มีการอภิปรายอย่างแพร่หลาย และมีข้อคิดเห็นต่างๆ ตนเองมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เช้า ย้ายจากทำเนียบฯ มานั่งทำงานอยู่หลังบัลลังก์ และคอยฟังไปด้วย ถ้าตรงไหนคิดว่าเป็นคำแนะนำ หรือข้อคิดที่มีประโยชน์ ตนก็จดไปด้วย ส่วนตรงไหนที่ต้องการความกระจ่างก็จะมาตอบ

สำหรับเรื่องการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ทุกครั้งที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ เป็นการเปิดโอกาส และสร้างการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งมั่นใจว่าจะมีผลตามมา ยืนยันว่า ไม่มีนายกฯ จะบินไปเหมือนแมลงวัน ขณะเดียวกันก็ไม่อยากเห็นว่าฝ่ายค้านเป็นแมลงหวี่ คอยแต่จ้องจะเล่นแต่การเมือง ทั้งที่รัฐบาลพยายามเดินหน้าอย่างเต็มที่ ขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน  พร้อมยืนยัน ไม่มีเรื่องทุจริตคอรัปชั่น แต่หากมี ก็ขอให้นำข้อมูลหลักฐานมา ยินดีที่จะให้ความกระจ่าง รัฐบาลพร้อมที่จะทำงานเพื่อประชาชน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ให้ผู้แทนการค้าไทย กับเลขาฯบีโอไอ ชี้แจงผลสำเร็จอย่างชัดเจนไปแล้ว รวมถึงมีคณะทูตและคณะทำงาน คอยติดตามงานประเทศที่ตนได้เดินทางไปมาแล้ว และการดึงดูดนักลงทุนถือเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่การเอาธุรกิจ หรือเม็ดเงินมาอย่างเดียว หลายอย่างที่เราเห็นเป็นสิ่งสำคัญ เช่น การเพิ่มทักษะบัณฑิตที่เพิ่งจบใหม่ต้องปรับตัวให้เข้ากับอุตสาหกรรมที่มีผลกำไรสูง หรืออุตสาหกรรมไฮเทค ก็จะมีการเพิ่มในข้อตกลงการลงทุนในประเทศไทย เพื่อให้คนของเราได้รับการฝึกงานที่เหมาะสมและสามารถก้าวไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงขึ้น

ส่วนที่ระบุว่า ยังไม่เห็นมีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าถ้าหากทำงานจริงๆ จะรู้ ถ้าคนจะลงทุน 5 แสนล้านบาท เป็นแสนล้านล้านบาท เชื่อว่าระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา แน่นอนว่ารัฐบาลที่แล้วทำมา รัฐบาลชุดนี้ก็มาสานต่อ เช่น บริษัท EWS ก็มีการลงทุนแล้ว ส่วนเราเองก็ได้มีการติดต่อ Google , Microsoft ซึ่งการจะลงทุนเป็นแสนล้านก็ต้องใช้เวลาบ้าง โดยเรามั่นใจว่าสัญญาณที่เราเห็นมาเป็นบวกบวก แต่อย่างไรก็ตามเราก็มีตัวเลขของไตรมาส 4 ปี 2566 ตั้งแต่ที่ตนเข้ามารับตำแหน่งและเดินทางไปโปรโมทยังต่างประเทศ ที่มีเจตจำนงจะมาลงทุนในประเทศไทย มีเม็ดเงินเพิ่มขึ้น 2.5 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2565 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ชัดเจนสามารถพิสูจน์ได้ ตัวเลขที่ลงทุน 558,000 ล้านบาท ที่สมาชิกสงสัยเป็นตัวเลขจริงที่มีการยื่นแผนเข้ามาแล้ว และยังมีอีกหลายบริษัทที่เข้ามาพูดคุย ย้ำว่าเป็นตัวเลขจริง ไม่ใช่แค่เป็นตัวเลขที่จับต้องไม่ได้

“ขอให้อดใจรอ เพราะเชื่อว่า อีก 2 ปีข้างหน้า จะเห็นเงินลงทุนเข้ามาในประเทศไทยอย่างมหาศาล ผมขอใช้คำว่า สึนามิแห่งการลงทุน ขอให้ท่านมั่นใจ เพราะตนเองก็มั่นใจ “ นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า การที่บอกว่าตนไปขายการลงทุนในประเทศไทยให้กับนักลงทุนต่างประเทศทั้งที่เศรษฐกิจวิกฤต  มองว่าเรื่องที่เราไปโฆษณาประเทศ กับเรื่องที่เศรษฐกิจวิกฤตเป็นคนละเรื่องกัน วิกฤตหรือไม่วิกฤต เป็นเรื่องที่โต้เถียงกัน แต่เรื่องที่ไม่ต้องโต้เถียงกันคือ การกระตุ้นเศรษฐกิจ ตนมั่นใจว่าทุกคนในที่นี้ ต้องมีความมั่นใจว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต้องเกิดขึ้นแล้ว ฉะนั้นเชื่อว่าเรามาถูกทาง หลายคนอาจจะไม่คุ้นเคยในการทำธุรกิจ ออกมาเชิญชวนใครเข้ามาลงทุน เพราะถ้าเราไม่ออกไป เขาก็จะไม่ทราบว่า เรามีความพร้อมในทุกมิติ เรามีสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่เยอะ อาทิ ประชากรที่มีคุณภาพ พลังงานสะอาด ที่มีศักยภาพสูงมาก ความสามารถในการเป็นศูนย์กลางการบิน และเรื่องอาหาร การท่องเที่ยว แน่นอนว่าหากจะมีการย้ายฐานการผลิตเข้ามายังประเทศไทย เรื่องของโรงพยาบาลและโรงเรียนระดับโลกของไทยก็มีอยู่จำนวนมาก จึงต้องทำให้เขาสบายใจ ทั้งนี้สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด จุดยืนในการต่างประเทศของเรา มีความเป็นกลาง ทำให้หลายประเทศอย่างจีน​ ญี่ปุ่น สหรัฐ​ อินเดีย​  ไต้หวัน มีความสบายใจในการเข้ามาลงทุนในไทย ซึ่งตนมั่นใจว่า ถ้าหากไม่เชื่อตน ขอให้เชื่อในศักยภาพของประเทศ ตามที่ได้เอ่ยมาในเบื้องต้น

ส่วนการที่ฝ่ายค้านออกมาระบุว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นรัฐมนตรีที่โลกเซ็ง​ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า “ไม่จริงหรอก​ครับ เพราะการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ของผม ผมมั่นใจครับ ผมจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่แก้จนให้กับประชาชน ผมฝากไว้นิดนึงนะครับว่า ท่านอย่าเป็นฝ่ายค้านที่ทำให้โลกงงก็แล้วกัน วันหนึ่งก็จะเป็นฝ่ายค้าน อีกวันหนึ่งก็มีข่าวว่าจะขอเข้าร่วมรัฐบาล กลัวประชาชนจะงงมากกว่า” นายเศรษฐา กล่าว
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงตัวเลขการจ้างงาน ว่า ตัวเลขไตรมาส 4 ของปี 2566 อยู่ที่ 330,000 คน ลดลงจากปีก่อน 29% ที่มีผู้ว่างงานกว่า 462,000 คน โดยทำให้ตัวเลขว่างงานเหลืออยู่เพียง 0.8% ของกำลังแรงงาน ส่วนสถานการณ์บัณฑิตว่างงาน ในไตรมาส 4 ปี 2566 ว่างงาน 4.4%  ลดลงจากปีก่อนอยู่ที่ 6.1% ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงตลาดแรงงานบัณฑิตจบใหม่มีสัญญาณดีขึ้น หากเปรียบเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้ ที่ชี้แจงนั้นไม่ได้บอกว่าเราทำหน้าที่เสร็จแล้ว แต่เชื่อว่าเรามาในทิศทางที่ดีและจะพยายามทำต่อไป มั่นใจว่าแรงงานไทยก็จะดีขึ้น

ขณะที่เรื่องยางพารา​ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ข้อมูลไปแล้วอย่างครบถ้วน ซึ่งขอเสริมเล็กน้อย ว่า ที่ท่านบอกว่ารัฐบาลที่แล้ว ขนาดปราบยางเถื่อนแล้ว ราคายางพาราก็ยังไม่ขึ้น ตนไม่มั่นใจว่าท่านไปปราบที่ไหน แต่ขอชี้แจ้งว่าการปราบของตน ไม่ได้คุยแค่ศุลกากร ไม่ได้คุยแค่กระทรวงเกษตรฯ หรือฝ่ายความมั่นคง แต่ได้คุยทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งทำงานกันอย่างใกล้ชิด และตรวจสอบอย่างใกล้ชิดจริงๆ ฉะนั้นเรามั่นใจว่า การปราบยางเถื่อน มีผลชัดเจน​ จับต้องได้ ส่วนที่ราคายางปรับขึ้นนั้น แน่นอนว่า เราสามารถควบคุมที่อยู่ 30% ของทั่วโลก ถ้าประเทศที่เป็นการผู้นำในการส่งออกยางและใช้จ่าย พอเรามีการประกาศว่าจะปราบยางเถื่อนอย่างชัดเจนแล้วผู้ซื้อมีความมั่นใจในรัฐบาล แน่นอนปริมาณความต้องการซื้อเพิ่ม ราคาก็ขึ้นด้วย การที่บอกว่าราคายางขึ้นไม่ใช่เรื่องของอุบัติเหตุ แต่เป็นเรื่องของรัฐบาลนี้ที่ทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการกับทุกฝ่าย ขอขอบคุณ ผบ.ทบ. และรักษาการแทน ผบ.ตร. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมศุลกากรด้วย​

นายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้ายว่า “ยืนยัน ตัวจริงเสียงจริง รัฐบาลเพื่อประชาชนครับ”

Advertisement